"7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด"

"7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด"
ติดตามความเคลื่อนไหวของหนังสือ "7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด" คลิ๊กโลดครับ

Monday, August 1, 2011

การตั้งจุด Stop loss และ Trailing stop โดยไม่ใช้กราฟ...ใช้แค่ใจและวินัยเทรด..ก็พอ!!


ห่างหายไปพอสมควรสำหรับบทความที่เกี่ยวกับการลงทุนครับ...วันนี้ก็จัดให้ซะหน่อย เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การเทรดแบบมีจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และการเลื่อนจุดตัดขาดทุน (Trailing Stop) ครับ วิธีที่ผมจะอธิบายนี่ไม่เกี่ยวกับกราฟเลยน่ะครับ ใช้แค่วินัยเทรดและความเสี่ยงในการเทรดต่อครั้งที่คุณรับได้ ก็เท่านั้นเอง

...พร้อมแล้วชิมิ!! งั้นไปลุยกัน!!!...

จากประสบการณ์เทรดอันน้อยนิดมหาศาล (สรุปว่าน้อยหรือมากหว่า ฮ๋าๆๆ) ผมได้ข้อสรุปอย่างนึงครับว่า...

นักลงทุนแทบทุกคนไม่มีปัญหา...เวลาซื้อ
แต่มักจะตายน้ำตื้น...เวลาขาย...หรือ...ตัดขาดทุน

จริงอยู่ครับ...ตลาด ณ จุดนี้ (SET อยู่ที่ประมาณ 1130 – 1150 จุด) เป็นตลาดขาขึ้นในภาพใหญ่ หลายๆคนก็อาจจะพูดว่า...ซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้ ถ้ามันลงมาหลุดราคาต้นทุนลงไปซัก 10 – 20%...เราก็ไม่ต้องขาย ขายทำไม ถือไปเถอะ เดี๋ยวมันก็ขึ้นกลับมาใหม่...

ถูกต้องครับ...มันขึ้นอยู่แล้ว..เพราะมันคือตลาดขาขึ้น
!!

แต่..
!! ขอเตือนเลยครับ...ยามที่ตลาดขาลงมาเยือน...ถ้าคุณไม่ขาย ดื้อถือไปเรื่อยๆ...การันตีได้ว่า...คุณได้ถือหุ้น เฝ้าหุ้น เป็นปีๆแน่นอน...เผลอๆเจ๊งหมดตัว หุ้นไม่ขึ้นมาอีกเลยก็เป็นไปได้
ดังนั้นแล้ว..ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด ที่เราจะควรมีความรู้เรื่องการตัดขาดทุนและการเลื่อนจุดตัดขาดทุน...ต่อให้คุณไม่มีความรู้เรื่องกราฟเทคนิค เทคโน อาชีวะ ก็ตามที...

...คุณก็ตัดขาดทุน...หรือสามารถ
Let Profit Run ได้อย่างไม่ต้องกังวลใดๆ...
วิธีนี้...ผมการันตีครับว่า...เมื่อคุณเลือกหุ้นที่ชอบแล้ว...คุณเคาะซื้อปุ๊บ...คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอแทบทุกนาทีเลยครับ...เพราะอะไร อ่านจบคุณจะรู้เอง...ถ้าไม่รู้...อ่านใหม่!! อิอิ
..ขออธิบายโดยใช้เหตุการณ์สมมติน่ะครับ เพื่อความง่ายในการเห็นภาพ..

สมมติว่านักลงทุน
P ได้ซื้อหุ้น X ที่ราคา 10 บาท โดยที่นักลงทุน P สามารถรับความเสี่ยงในการขาดทุนในการลงทุนในหุ้น X ได้ที่ 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น...ก็คือ 9 บาท...ต่ำกว่านี้..ตัดขาดทุน!!

ต่อมา...ราคาหุ้น
X ได้ร่วงมาอยู่ที่ 9.20 บาท...ถามว่านักลงทุน P ต้องทำอย่างไร?

เครียดประสาทแด๊ก?...นอยด์โทรหามาร์?...ป๋าขาช่วยหนูที?...555
ตอบแทนเลยครับว่า...นักลงทุน P จะไม่เครียด ชิลๆ สบายๆ เพราะอะไรนั่นหรือครับ...ก็เพราะ

ราคายังไม่ถึงจุด Stop Loss ที่ตั้งไว้นั่นเอง!!

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น จะมี 2 กรณีทั้งแบบ Best Case และ Worst Case น่ะครับ


          ราคาหุ้น X ร่วงไปถึง 9 บาทหรือหลุด 9 บาท...ในกรณีนี้...นักลงทุน P จะยอม Stop Loss ทันที โดยที่ไม่สนใจว่า หุ้นอาจจะรีบาวน์หรือดีดกลับได้ในอนาคต...เพราะวินัยการลงทุนของนักลงทุน P คือ ถ้าถึงจุดตัด ก็ต้องตัด!! ไม่ต้องเสียดายครับ หุหุ

โอเคว่า...ราคาอาจจะดีดกลับทันทีก็ได้...อันนี้แล้วสำหรับเทรดเดอร์ ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่ต้องซีเรียสครับ

แต่จะซีเรียสและเซ็งที่สุดถ้าไม่ยอมทำตามวินัยตัดขาดทุน...เพราะราคาหุ้นอาจจะร่วงต่อจาก 9 บาท ไปสู่ 5 บาท หรือต่ำกว่านั้นก็ได้...ใครจะไปรู้!!

ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกครับ...แต่อย่างน้อย
หากคุณมีวินัยเทรด...คุณก็กุมอนาคตตัวเองไว้

Best Case
          ราคาหุ้นหยุดนิ่งสร้างฐานที่ 9.20 บาทมาสักระยะ จากนั้นก็เจอแรงซื้อกลับมหาศาล จนราคาทะลุ 10 บาท ไปยืนที่ระดับ 11 บาท...ณ จุดนี้นักลงทุน P ก็มี unrealized profit อยู่ที่ 1 บาทหรือกำไร 10% นั่นเอง...ว้าวว!!

แต่ช้าก่อน
!!...ถ้าตามสูตรลงทุนแนวนี้...นักลงทุน P จะไม่ขายครับ...แต่จะเลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาทันที โดยคำนวนจุด Stop Loss ใหม่จาก

ราคาปัจจุบัน - (ราคาปัจจุบัน X Stop Loss ที่นักลงทุนรับได้)

ดังนั้น จุด Stop Loss ใหม่ของนักลงทุน P คือ 11 บาท – (11 บาท X 10%) = 9.9 บาท!!
สังเกตอะไรมั๊ยครับว่า...ถ้าเกิดราคาหุ้นร่วงมาที่ 9.9 บาท อีกครั้ง นักลงทุน P ขาดทุนแค่ 1% เท่านั้นเอง...สิ่งนี้แหล่ะครับคือ Trailing Stop!!

แล้วเจ้า Trailing Stop นี่ มีประโยชน์อย่างไร...สำหรับผมแล้ว ผมมองว่าถ้าหุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นดีเด่น สุโค่ย! คุณก็จะสามารถเกาะขบวนรถด่วนเหาะเวหาได้ยาวนานที่สุดครับ

เช่น...ต่อมาราคาหุ้น X ดีดจาก 11 บาท ไปถึง 15 บาท โดยระหว่างทางก็มีการย่อบ้างอะไรบ้าง แต่นักลงทุน P ก็ยังไม่ขาย เพราะจุด Trailing Stop ของนักลงทุน P อยู่ที่ 10% ของราคาปัจจุบัน
เพื่อให้ง่ายต่อการเห็นภาพ ผมเลยทำตารางง่ายๆมาให้ดูกันครับ

Stop Loss (Trailing Stop)
10%


จุดขายตัดขาดทุน (ทำกำไร)
P/L (%)
ราคาซื้อ
10
9
-10%




ราคาปัจจุบัน
11
9.9
-1%

12
10.8
8%
13
11.7
17%
14
12.6
26%
15
13.5
35%
20
18
80%

เห็นแล้วใช่มั๊ยครับว่า ถ้าคุณมีวินัยเทรดที่ดีเยี่ยม คุณมีจุด Stop Loss และ Trailing Stop ที่ดีแล้วนั้น คุณจะมี Limit Loss but unlimited gain หรือคุณจะกำหนดเงินที่คุณมีโอกาสเสียได้ แต่คุณก็จะมีโอกาสทำเงินได้มหาศาลเช่นกันครับ
ที่สำคัญคือ...

...จากจุด Trailing Stop ที่มีไว้เลื่อนจุดตัดขาดทุน...
...ก็จะกลายเป็นจุด Taking Profit ทำกำไรในทันที...

...แหล่มเลย...!!

ส่วนที่ผมกล่าวมาในบทนี้..นักลงทุนหลายๆท่านอาจจะนำไปประยุกต์ได้หลากหลายครับ...จุด Stop Loss และ Trailing Stop นั้น จะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่นักลงทุนแต่ละท่านจะรับได้...
ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้มาก...คุณก็เพิ่มเปอร์เซ็นต์ Stop Loss เพื่อที่ในกรณีที่คุณซื้อหุ้นถูกตัว...จุด Trailing Stop ของคุณก็จะมากขึ้นด้วย โอกาสที่คุณจะทำกำไรมหาศาลก็มีมากเช่นกัน...ถ้าหุ้นตัวนั้นวิ่งแรง วิ่งฉิว...เผลอๆได้กำไรมากกว่า 100% ก็เป็นได้...สาธุๆๆๆ อิอิ

ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้น้อย...ก็ตั้งจุด Stop Loss น้อยๆ โอกาสขาดทุนหนักๆ ก็จะไม่มีครับ ส่วนโอกาสทำกำไร ก็คงต้องแล้วแต่สไตล์การวิ่งของหุ้นตัวนั้นๆครับ

...เห็นมั๊ยครับ...วิธีนี้ผมว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ถนัดกราฟน่ะครับ...ใช้ได้ง่าย ทำได้จริง แต่สุดท้ายแล้ว...อยู่ที่ว่า...คุณจะคุมอารมณ์ตัวเองได้หรือไม่ ในยามที่ราคาหุ้นวิ่งผันผวน แต่ยังไม่แตะจุดที่คุณต้อง Stop Loss หรือ Trailing Stop ไว้ครับ

ราตรีสวัสดิ๋คร้าบบ ^_^

Wizard Kid (พีร์ บุญชนะวิวัฒน์)


22:11 น.
1 สิงหาคม 2554

Monday, July 25, 2011

เมื่อ Wizard Kid พูดคุยกับ HongValue ในเรื่อง "ทำไมควรมีระบบเทรดหุ้น"...มันส์พะยะค่ะ!!

ช่วงนี้ผมค่อนข้างว่าง เนื่องจากอยู่ในระหว่างย้ายบริษัทใหม่ครับ หุหุ ก็เลยได้มีการพบปะพูดคุยกับนักลงทุนทั้งหน้าใหม่และเก่า ที่สำคัญคือ ผมได้เจอกับพี่ HongValue หรือ ฮง” สถาพร งามเรืองพงศ์ นักลงทุนรุ่นใหม่ไฟแรงที่กำลังโ่ด่งดังในขณะนี้ครับ blog ของพี่เค้าคือ hongvalue.wordpress.com/ ใครสนใจ ติดตามได้โลดครับ

วันนี้ผมก็ขอนำความคิดเห็นส่วนตัวของทั้งตัวผมเองและของทางพี่ฮง ที่เราทั้งสองได้ discuss กันทาง facebook ในประเด็นที่ว่า
"....ทำไมควรมีระบบเทรดหุ้น...."

เริ่มจากความเห็นของพี่ฮงก่อนเลยครับ


HongValue's Idea:


ย่างแรกเลยถ้าเราศึกษาแนวคิดของนักลงทุนที่เก่งๆทุกคนไม่ว่าจะแนวาทางพื้นฐานหุ้นหรือเทคนิค ก็จะมีหลักการเป็นของตัวเองที่มั่นคง ผู้ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้นในทุกศาสตร์ต่างพูดตรงกันว่าการ

เล่นหุ้นนั้น คุณต้องมีวิธีคิดที่ชัดเจน และตัดเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกออกไป

อารมณ์นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ความสามารถทางการวิเคราะห์หุ้นของเราแย่ลงเนื่องจาก แม้มีแผนการที่ดีเยี่ยมขนาดไหนก็ตามแต่เมื่อคุณเจออารมณ์ครอบงำ คุณก็จะไม่ทำตามแผน
ถ้าคุณศึกษามาอย่างดีว่าทำอย่างไรจึงจะเล่นหุ้นได้ตังค์ แต่สุดท้ายอารมณ์ครอบงำเลยทำให้คุณไม่ทำตามแผน คุณก็จะกลับไปเล่นหุ้นแบบ โคตรเม่า และนั่นจะทำให้คุณขาดทุนแน่นอน
หลักการเล่นหุ้นที่จะทำให้รวย คือ เวลากำไรต้องกำไรเยอะๆ แต่ธรรมชาติของมนุษย์จะชอบขายหุ้นเร็วเพราะกลัวกำไรหาย แต่สิ่งนั้นทำให้คุณไม่มีทางรวย เพราะเป็นการ limit profit ระบบการเทรดที่ดีจะช่วยทำให้คุณได้กำไรเยอะมากพอก่อนแล้วควร take profit
ระบบการเทรดที่ดีจะทำให้คุณอยู่กับหุ้นยาวนานก่อนที่จะขายมัน แน่นอนคุณไม่ได้ขายได้ที่จุดสูงสุดหรอก แต่คุณจะได้กำไรเยอะกว่าการที่ไม่มีระบบแล้วคิดว่าตัวไหนในพอร์ตขึ้นมา 10% ก็จะจับขายให้หมด
ระบบเทรดในต่างประเทศหลายอย่างที่ทำกำไรเยอะๆ เชื่อหรือไม่ว่าถูกกับผิดไม่ต่างกันมาก แต่ระบบทำกำไรได้เพราะว่ามันทำให้ครั้งที่กำไรเราได้กำไรเยอะมากๆ เมื่อเทียบกับครั้งที่ผิด
สมมุติว่าคุณใช้เส้น 25 วันขายหุ้น บางทีคุณต้องถือหุ้นนานมากกว่าจะขาย เพราะ เส้นมันขึ้นตามราคา แน่นอนคุณต้องแลกเปลี่ยนกับการที่ยอมกำไรลดเมื่อมันหลุดเส้นแล้วค่อยขาย แต่มันก็คุ้มถ้าหุ้นมันขึ้นเยอะมากๆ
ในทางกลับกันการขาดทุนเยอะๆมักมาจากการที่คุณคิดว่าหุ้นดี แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้ดีอย่างที่คิด พอมันผิดทางแล้วคุณก็ไม่ยอมรับความจริง ทำให้เสียหายหนัก

ถ้าคุณใช้ระบบเทรดที่ดี คุณจะไม่ขายหมู
และไม่ขาดทุนหนัก ซึ่งนี้ก็เพียงพอแล้วกับการที่จะรวยหุ้น

ระบบเทรดจะช่วยลดเรื่องของอารมณ์อยากขายหุ้นในเวลาที่ไม่ควรขาย และช่วยให้ในเวลาที่คุณจะขายคุณก็ต้องขาย

เหนือสิ่งอื่นใดคุณต้อง ใจแข็ง ใจหิน ใจถึง

คนเล่นหุ้นกำไรเยอะๆทุกคนจะต้องมีสภาพจิตใจไม่เหมือนคนทั่วไปมากๆ มันเริ่มจากมุมมองที่ถูกต้อ
งก่อน แล้วมีระบบที่ดี แล้วเชื่อระบบ แล้วระบบจะทำให้คุณรวย

การที่คนส่วนใหญ่เอาแต่พูดว่าใช้อะไรแม่น
สำหรับผมเป็นเรื่องไร้สาระ

เพราะถ้ามีอะไรแม่นจริงทุกคนก็แห่กันไปใช้แล้วมันก็ไม่แม่น สุดท้าย วินัย จิตใจที่มั่นคง ทำให้คุณกลาย
เป็นเทพ

ถึงคุณรู้ว่าดูอะไรแม่นแล้วใจคุณไม่กล้า Let profit run
แล้วคุณจะศึกษาเทคนิคไปทำไม ไร้สาระมาก

ก่อนที่ทุกคนจะพูดถึงสิ่งนอกตัว หันมามองที่ใจเราก่อนดีกว่า มันสำคัญมากและใกล้ตัวที่สุดแต่แทบไม่มีคนพูดถึง คุณรู้ไหมว่า จอสโซรอส ไม่ด่าลูกน้องที่ขาดทุน แต่ด่าลูกน้องที่ไม่ทำตามวินัย
เพราะไอ้คนไม่ทำตามวินัยนั้นจะพากองทุนขาดทุนในระยะยาว แต่ไอ้คนที่ทำตามวินัยแล้วเจอขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา...แต่ระยะยาวจะกำไร
มันก็เหมือนคนแข่งรถนั้นแหละ พวกคุณมีรถดีเครื่องแรง แต่ไม่กล้าเหยียบ ป๊อด เครื่องแรงก็ช่วยอะไรไม่ได้

เป็นไงครับ...เด็ดดวงไปเลย!!!

มาต่อกันที่ความเห็นของผมที่เสริมข้อมูลต่อจากของพี่ฮงน่ะครับ


Wizard Kid's Idea: เสริมต่อจากพี่ฮงครับ (พี่เค้าบังคับป๋มน่ะ แหะแหะ)...

เปรียบเทียบไม่ยากเลยครับ..
.เทรดเดอร์ก็ไม่ต่างจากมือปืน...จิตต้องนิ่ง ใจต้องแข็ง และสำคัญที่สุดคือ..การตัดสินใจที่ต้องเฉียบ!! ลองนึกภาพดูว่าคุณอยู่ในสนามรบก็ได้...ทุกคนมีอาวุธหนักเบาไม่เท่ากัน แต่อาวุธทุกชิ้นสามารถทำให้คุณพิการหรือถึงตายได้สบายๆ...

แล้วอะไรสำคัญที่สุด...แน่น
อนครับ...การศึกษาพฤติกรรมของฝั่งตรงข้าม...การรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองและอาวุธที่ใช้...สุดท้ายคือเมื่อจังหวะมา...คุณกล้าที่จะตัดสินใจ ยิงเปรี้ยงเดียว!! ได้รึเปล่า...ถ้าทำได้คุณก็อยู่รอด...ทำไม่ได้เพราะประมาท...คุณก็ดับดิ้นสิ้นคาสนามรบ...ไม่ยากแต่ทำไม่ง่าย...
การเทรดโดยใช้ระบบเทรดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย...ข้อดีผมเห็นด้วยหมดกับพี่ฮงครับ...คุณไม่สามารถซื้อ lowest และขาย highest ได้ทุกๆครั้ง (ทำได้ทุกครั้งก็เว่อร์มากๆแล้ว) แต่อย่างน้อย...คุณไม่ตกรอบการวิ่งครั้งใหญ่ๆหรือครั้งเล็กๆแน่นอน...แน่นอนว่ามันมีการ draw down ของระบบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ...แต่คุณกำไรระยะยาวแน่นอน ในเงื่อนไขที่ว่า ระบบคุณทำได้จริง...และคุณไม่เอาอารมณ์มาเกี่ยวข้อง
ข้อเสีย...จริงๆมันน้อยมากๆ...อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่นเรามีระบบเทรดตัวเดียวแล้วคิดว่ามัน work มากๆ เลยใช้มันตลอดชีวิตการเทรด...ผมไม่ใช่สาย system trade เท่าไหร่ แต่เท่าที่เคยคุยกับพี่เทรดเดอร์ที่เก่งด้านนี้..เค้าแนะนำว่าควรมีระบบเทรดไว้ 2-3 ตัว เผื่อตลาดเปลี่ยนพฤติกรรม...อันนี้คงต้องไป testing ระบบกันดูครับ ว่าตัวไหนเหมาะกับตลาดมีรถไฟ (มี trend ฮ๋าๆ) หรือตัวไหนเหมาะกับตลาดหนังโป๊ (ไซด์เวย์...ไซร้จนเสียวเว้ยยย!!)

เรื่อง time frame การเล่นก็สำคัญ...ถ้าเราอ่า
นเกมส์ออกว่าตลาดมี trend ก็เล่น time frame ยาวๆไปเลย...แต่ถ้าอยากลงมาตุ๊ยมาตุ๋ยกับสายเดย์เทรดขาซิ่ง หรือช่วงตลาดยึกๆยักๆ ก็ต้องลด time frame มาตามที่เราเห็นสมควรครับ...

flexible trading โดยใช้ system trade บวกกับวินัยการเทรดที่ดี...
ผมเชื่อว่า ทุกคนจะสามารถเทรดได้ในทุกสถานการณ์ครับ...สุดท้ายก็แค่นำความรู้จากหนังสือซึ่งทุกคนก็อ่านเหมือนๆกัน มารวมกับประสบการณ์จากการเทรดที่เคยทำได้ดีหรือไม่ดี มาเป็นบทเรียน...แล้วมา simulate ในหัวเรื่อยๆว่า ทำไมเรากำไร..เพราะอะไร..ทำไมเราขาดทุน...เพราะอะไร...

เหมือนง่ายเนอะ....จริงๆ ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกก T___T
วิธีคิดแนวเทรดเดอร์ที่ผมโดนอัดให้จำฝังใจคือ...ถ้าตลาดมีทิศทางชัดเจน...ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะด่าจะว่า...ฆ่าได้ต้องฆ่า อัดได้ต้องอัด...แต่ต้องมีจุดหนีตายที่ชัดเจน...เพราะตลาดหุ้นมันก็เหมือนแมลงสาบครับ...เราอยากให้มันหนี มันก็มา เราให้มันมา มันก็หาย...ฮ่าๆ

ถ้าขาดทุนเรื่อยๆ เพราะระบบ ก็อย่าคิดมาก...แต่ลองศึกษา
อีกครั้งว่า...เพราะอะไร...เราถึงขาดทุนเรื่อยๆ ระบบไม่ดี หรือเราฝืนระบบ...แต่ไม่เชียร์ให้เปลี่ยนระบบเทรดบ่อยๆน่ะครับ เพราะจะกลายเป็นว่า...เราไม่โทษตัวเอง โทษแต่ระบบอย่างเดียว


...จบบทสนทนา...
หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากวัยรุ่นสองคนน่ะคร้าบ ^_^
Wizard Kid (พีร์ บุญชนะวิวัฒน์)

13.39 น.
25 July 2011



Thursday, July 21, 2011

โดน!!! ตรรกะเพี้ยน เรื่องจริงในสังคมไทย



        อ่านข่าวทีไรพาลให้หงุดหงิดใจเสียทุกที ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองยันชาวบ้านชาวช่องก็มีข่าวทะเลาะกันขึ้นหน้า 1 ให้เห็นแทบจะทุกวัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็อ้างเหตุผลขึ้นมาคนละมุม ถึงว่าล่ะ...จูนกันไม่ลงตัวสักที

        ในฐานะคนนอกอย่างเรา ๆ บางข่าวฟังไปฟังมาแล้วเก็บมานั่งคิดดู อยู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกว่า เอ...คนไทยเข้าใจคำว่า "เหตุผล" มากน้อยแค่ไหนกันนะ เพราะบางเหตุผลที่ฝ่ายนู้นอ้าง ฝ่ายนี้แจง ฝ่ายนั้นโต้กลับ ก็ดูทะแม่ง ๆ พิกล แต่ก็หยิบมาเถียงกันให้เป็นเรื่องใหญ่จนได้ ทั้ง ๆ ที่ บางเรื่อง "ใครผิดใครถูก" ก็เห็นกันอยู่ทนโท่

        บ่นมาตั้งนาน ไม่ใช่อะไรหรอกจ้ะ พอดีกระปุกดอทคอมชะแว้บไปเห็นการ์ตูนเจ๋ง ๆ จากบล็อกของ คุณ P.Ach ที่ประชด เอ้ย...บอกเล่าเรื่องราว "ตรรกะเพี้ยน ประเทศไทย" ได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ เลยขออนุญาตมาเผยแพร่ต่อ อ่านแล้ว บอกคำเดียวว่า โดนอ่ะ!!!





โดนใจสุดๆครับสำหรับบทความชิ้นนี้ครับ...ขอบคุณ http://www.kapook.com/ สำหรับข้อมูลครับ ^_^

Friday, July 1, 2011

มาโหลดไฟล์ "เจาะถึงกึ๋นแนวเทรด Future และถอดสไตล์ Trader เล่นหุ้นสั้น" กันเต๊อะ!!

มาแล้วคร้าบบบ!!! เนื่องจาก presentation มีประมาณ 100 กว่าสไลด์...ผมเลยตัดสินใจทำเป็นไฟล์ .pdf ไปเลยดีกว่า...


โหลดได้ที่นี่เลยครับ

http://www.mediafire.com/?lnmkdo4kzxy9nq0


คำขอเดียวจากผมคือ...แชร์ต่อๆกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ แค่นั้นแหล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ

เนื้อหาทั้งหมดคือสิ่งที่ผมเคยใช้ไปพูดมาครับ ไม่ได้ตัดทอนสไลด์ออกแต่อย่างใด

ขอให้สนุกกับการอ่านน่ะครับ สงสัยเนื้อหาส่วนใด...ถาม google ได้ครับ มีตรึม หุหุ

คำคม: ผมจัดให้แล้ว...ถึงคราท่าน...ช่วยตัวเองแล้วก๊าบบบ!!! หุหุ