"7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด"

"7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด"
ติดตามความเคลื่อนไหวของหนังสือ "7 เทคนิค ฟันกำไร หุ้นเดย์เทรด" คลิ๊กโลดครับ

Monday, September 20, 2010

เก็บตกงานสัมมนาสิงห์เดย์เทรด ตอนที่ 1 “วนิดา ด๊า ด่า...เมื่อสองหนุ่มเป็นหนี้ความลับแก่ Wizard Kid” (One Night Stand Discussion #19)


ผ่านกันไปอย่างราบรื่นและเรียบร้อย กับงานสัมมนาที่ทาง S2M กับ TRIS ได้ร่วมมือกันจัดขึ้น ณ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ชั้น 15 อาคารตึก GMM Grammy เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 53 ที่ผ่านมาครับ ในหัวข้อสัมมนาที่เรียบง่ายแต่แฝงไปสาระเต็มอัตราศึกอย่าง

"แกะรอยหยักสมอง เมื่อ Buffet มาเล่นหุ้นสั้น?"

โดยมีวิทยากรหลัก 2 ท่านขาประจำอย่าง พี่ Looking เจ้าพ่อ S2M และนักเขียนหนุ่มที่กำลังร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ (พอดีน้ำร้อนลวกตัว เลยร้อนจัด ฮ่าๆๆ) อย่าง พี่ภาววิทย์ หรือ หนุ่มแพท ของพี่ๆน้องๆ ทุกท่าน (ตอนนี้พี่เค้าได้เข้ามาเป็นขวัญใจสาวแก่แฟนเผลอ แม่ม่ายแฟนทิ้ง หรือแม้กระทั่งสาวโสดโฉดสุดๆ กันเป็นทิวแถว เอิ๊กๆๆ)

ผสมกับวิทยากรรับเชิญอีกสองหนุ่มอย่าง หนุ่มแรกคือ พี่ HedgeHunter ที่ไม่ค่อยเผยตัวให้ใครได้รู้จักมากนัก แต่ความรู้เปี่ยมล้น รวมไปถึงประสบการณ์ในตลาดหุ้นต่างประเทศที่เค้าคลุกคลีตั้งแต่อายุ 18 จนกระทั่งปัจจุบันในวัยเบญจเพศ (นี่มันเทพชัดๆ อิอิอิ)

และส่วนผสมสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ หรือขาดได้ก็ไม่ตาย ฮ่าๆๆ ก็คือ น้องเล็กคนสุดท้อง เจ้าหนู Wizard Kid หรือผมเองแหล่ะครับ เหอๆๆ

(เรื่องที่จะเขียนในตอนที่ 1 นี้...เป็นเรื่องจริงแค่ 1% ที่เหลือ Wizard Kid ขอแต่งละครให้อ่านขำๆครับ ชื่อว่า วนิดา ด๊า ด่า เมื่อสองหนุ่มเป็นหนี้ความลับแก่ Wizard Kid” )

ขอเม้าท์เบื้องหลังการมาเป็นวิทยากรของผมนิดนึงว่า...ความจริงพี่ Looking กับ พี่ภาววิทย์ ได้วางแผนจะมีวิทยากรในงานแค่ 3 คน ก็คือพี่เค้าสองคนแล้วก็พี่ HedgeHunter

ทำไมไม่มี Wizard Kid หล่ะ? ผมมันไม่ได้เรื่องตรงไหน? ตอนนั้นผมคิดเช่นนี้ เป็นคนอื่นอาจจะยอมแพ้ ยกธงขาว สะบัดไปสะมาจนข้อมือเคล็ด เอ็นฉีก แขนขาดกันไปแล้ว...

แต่...ด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือของผม (คำนี้คุ้นๆเนอะ อิอิ) ก็เลยคุยกับพี่เค้าแกมขู่ว่า...

Wizard Kid: พี่ป้อมครับ พี่แพทครับ...งานนี้ผมขอแจมด้วย ไม่คิดค่าตัว คิดแต่ค่าเด็ก..เอ๊ย!! ไม่ช่ายยยย...^___^

สองหนุ่มรุ่นใหญ่: เฮ้ย...! งานนี้งานผู้ใหญ่ เด็กอย่างเอ็ง นั่งดูเฉยๆก็พอ กระดูกยังไม่ถึงชั้นหรอกน้องชาย ไว้งานหน้า ถ้าพี่ไปจัดสัมมนาที่โรงเรียนอนุบาลวัดลิงขบ พี่จะให้เอ็งพูดให้เด็กๆฟัง

Wizard Kid: โหพี่...ทำไมใจร้ายจังครับ...งั้นเอางี้...ถ้าพี่ให้ผมแจมงานนี้ ผมจะไม่บอกอาซือเจ๊ของพี่ทั้งสองน่ะ ว่าเราไปไหนกันมา...เอิ๊กๆๆ ไม่ได้ขู่น่ะครับ แต่ทำจริง (ตัดสินใจระเบิดพลีชีพใส่อาเฮียทั้งสองแบบเต็มๆ)

……สีหน้าของสองหนุ่มรุ่นใหญ่เปลี่ยนจากแดงระเรื่อ เป็นเขียวซีดยิ่งกว่าชาเขียวโออีชิ....

สองหนุ่มรุ่นใหญ่: @^#^%^$%@&$ (ขออนุญาต censor ครับ แร๊งงงส์!!)
เอางั้นก็ได้...พี่เห็นว่าเรามีความสามารถหรอกน่ะ พี่ถึงให้เรามาแจมกับพวกพี่ (แหม...ตบหัวแล้วลูบหลังเห็นๆ.. สงสัยจะกลัวความลับเปิดเผย ฮ่าๆ)
Wizard Kid: เหอะๆ ขอบคุณมั่กๆครับพี่ที่ให้โอกาสที่พี่ๆไม่อยากให้ ฮ่าๆๆ
สองหนุ่มรุ่นใหญ่: เอานา..เอ็งทำได้แน่ พี่เชื่อเช่นนั้น..ว่าแต่จะพูดเรื่องอะไรดีหล่ะเรา คิดมาน่ะ แล้วมาบอกพี่ โอเค้?

….ผ่านไป 2 อาทิตย์.....เจอกัน ณ อ่างน้ำวน ฉงนหล่ะซิท่า (เอิ๊กๆๆๆ)

สองหนุ่มรุ่นใหญ่: ว่าไงเรา จะพูดเรื่องอะไร เอาดีๆน่ะ คนฟังเค้าจะได้ชอบ จะได้ประโยชน์จากงานของเรา พี่อยากให้ S2M เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันซึ่งกันและกัน

Wizard Kid: แน่นอนครับพี่...อันนี้โลด... ลงทุนในตลาดมืดอย่างไร ไม่ให้ซือเจ๊จับได้”….รับรองโดนใจ ติดตลาด ขึ้นชาร์ทเวอร์จิ้น ฮิท แน่นอน...ฮ่าๆๆๆ
สองหนุ่มรุ่นใหญ่: -________-”  เอ็งอ่ะได้ขึ้น เวอร์จิ้น ฮิท!! แต่พวกพี่ได้ขึ้น เจี๋ยนนี่ ฮิๆ แน่นอน...เอาดีๆ จะพูดเรื่องอะไร?

Wizard Kid: ล้อเล่นค้าบบ...จริงๆแล้วผมว่า ในเมื่อผมผ่านประสบการณ์ที่ขาดทุนเจ๊งบ๊งมาแล้ว อีกทั้งยังผ่านงานทั้งเป็นนายธนาคาร และโบรกเกอร์หุ้น แล้วปัจจุบันก็เป็น Prop. Trade ในสายTFEX ด้วยนี่....ผมว่าผมจะพูดเรื่อง “Ways to be successful Investors” หรือ ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการลงทุน อ่ะครับพี่ป้อม พี่แพท...

สองหนุ่มรุ่นใหญ่: โอเค โป๊ะเชะ โจ๊ะเด๊ะ ใช่เลยน้องพี่..หล่อ!!! พูดในสไตล์เราเลยน่ะ ไม่ต้องแคร์สื่อ ไม่ต้องสร้างภาพ...มีเท่าไหร่ใส่ให้หมดเลยน่ะน้อง

Wizard Kid: ครับพี่.. งั้นพี่ๆลองดูเนื้อหาคร่าวๆที่ผมจะพูดได้มั๊ยครับ พอดีผมทำ Presentation มาด้วย 4 สไลด์หล่ะครับ ลองดูน่ะครับ ถ้าผ่าน ผมจะได้เตรียมเนื้อหาเจาะลึกในการพูดเลย
สองหนุ่มรุ่นใหญ่: ได้ๆ เดี๋ยวพี่โหลดไฟล์งานเราแป๊บน่ะ
...Downloading…. … … 30%...70%.....90%....

…Download Completed!!!....(โหลดช้า เพราะรอ 3G มาชาติเศษ!! เอิ๊กๆ) 


 
 สองหนุ่มรุ่นใหญ่: โดนมั่กๆ!! แค่นี้ก็โอเคแระน่ะ...ยังไงเราก็ค่อยอธิบายเนื้อหาพวกนี้ให้เจาะลึก ให้ละเอียดในวันงานด้วยน่ะน้องเลิฟ...
Wizard Kid: ได๋เคอะ!!
สองหนุ่มรุ่นใหญ่: เอ้อ...อย่าลืมหล่ะ เรื่องคืนนั้น เหยียบให้มิด!! อย่าให้ซือเจ๊ของพวกพี่รู้เด็ดขาด..ไม่งั้น....น้องชายพวกพี่ได้ไปเป็นอาหารเป็ด ก๊าบ ก๊าบ แน่ๆ T___T”
Wizard Kid: โห...พี่ป้อม พี่แพท ไม่ต้องห่วงหรอกครับ...ให้จบงานก่อน รับรอง...หุหุ

....อะไรจะเกิดขึ้นกับสองหนุ่มรุ่นใหญ่....แล้วงานสัมมนาในวันจริงจะเป็นเช่นไร...เจ้าหนู Wizard Kid จะรอดพ้นจากความกดดันในการเป็นวิทยากรครั้งแรกในชีวิตได้หรือมั๊ย….

โปรดติดตามตอนต่อไป (คาดว่า 3-4 ตอนโลดดด)

To be continued…
Wizard Kid..มีงานพูด..เป็นครั้งแรก..
ให้ใบ้หุ้น..ให้ใบ้หวย..ทำไม่ได้..
แต่ให้เล่า..ให้ชี้นำ..สู้แทบตาย..
สู่จุดหมาย..ของผู้ให้..ที่ดีเอย..


Wizard Kid (aka.เทรดเดอร์เจ้ากวี)
20 September 2010
23:05
น.

ปล.. บทความนี้ ถือว่าเน้นฮาๆน่ะครับ เรียกได้ว่าเป็นบทความที่ไร้สาระที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา ฮ่าๆ อย่าโกรธกันน่ะครับ ^___^

Wednesday, September 15, 2010

“สามเหลี่ยมทองคำ” กลยุทธ์การเทรดในตลาดหุ้น by Wizard Kid (One Night Stand Discussion #18)

แหล่งงานเีขียน: http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=15614

ณ สถานเริงรมย์แห่งหนึ่ง ใจกลางกรุง
เมื่อหนุ่มน้อย Wizard Kid ได้เจอเจอะหนุ่มใหญ่ภาววิทย์ โดยบังเอิญ!! อีกแล้ววว!!
Wizard Kid: อ้าว พี่แพท! สาหวีดัด สวัสดีครับพี่ มาทำอะไรในที่อโคจรแบบนี้คนเดียวเหรอครับ อย่าบอกน่ะว่ามาเหล่สาว...เอิ๊กๆๆ
ภาววิทย์: ดีครับน้องชาย..พี่ไม่ได้มาส่องสาวหรอก พี่มาหาข้อมูลงานเขียนหนังสือของพี่เล่มที่ 2 ต่างหาก
Wizard Kid: -_______-’’ อ่ะน่ะครับ (เชื่อตายแหล่ะ แหะแหะ)
ภาววิทย์: มาๆ มานั่งคุยกันหน่อย วันนี้มีเทคนิคการเล่นกราฟหุ้น (Technical Analysis) มาแนะนำพี่อีกมั๊ยน้องชาย คราวที่แล้วไอ้เจ้า Gap Theory นี่แผลงฤทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว พี่ทดลองมาแล้วทั้งหุ้น ทั้ง SET หรือแม้กระทั่งตลาด TFEX
Wizard Kid: แล้วมันเป็นไงบ้างครับพี่ พอใช้ได้ครับ
ภาววิทย์: ใช้ไม่ได้ว่ะน้อง....อ๊ะ! ล้อเล่นนา...ใช้ได้ดีถูกใจพี่มากมายเลยน้องเอ๊ย!!
Wizard Kid: เย้! ดีใจครับที่พี่เอาไปใช้แล้วมันได้ผล งั้นคืนนี้ผมจะบอกเครื่องมือทำเงินอีกตัวนึงน่ะครับ
ภาววิทย์: เอาจริงดิ! น้องจะบอกพี่ชิมิ ชิมิ ชิมิ
Wizard Kid: ชิ ชิ ครับ...ผมขอเรียกเจ้าเครื่องมือทางเทคนิคตัวนี้ว่า 

สามเหลี่ยมทองคำ

ภาววิทย์: สามเหลี่ยมทองคำ!!! ทำไมต้องสามเหลี่ยมทองคำด้วยหล่ะ?     
Wizard Kid: ที่ผมเรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำก็เป็นเพราะว่าถ้าพี่หรือเพื่อนๆนักลงทุนของพี่สามารถจับทางเจ้า สามเหลี่ยมทองคำนี้ได้...รับรองครับ โอกาสรวยเละ มีมากกว่าเจ๊งบ๊งครับ!!
ระหว่างนั้น...สาวน้อยหน้าตาแฉล้มแช่มช้อย ก็เดินมาที่โต๊ะของสองหนุ่มโฉด ฮ่าๆ
หญิงสาว: ขอโทษน่ะค่ะ พอดีจำหน้าพี่ได้จาก Facebook ..พี่แพท ภาววิทย์ ใช่รึเปล่าค่ะ?
ภาววิทย์: (ตาหวานทันใด เสียงนุ่มฉับพลัน เปรียบดั่งอาฉี เสียงหล่อ) เอิ่ม...ใช่แล้วครับ ผมแพท...แพท ภาววิทย์ (ป๊าดดด นึกว่าเป็นเจมส์ บอนด์ รึไงครับคุณพี่ ฮ่าๆๆ)

หญิงสาว: อุ๊ย! หน้าก็หล่อ เสียงก็เข้ม ปลื้มค่ะปลื้ม! งั้นขอนั่งด้วยได้มั๊ยค่ะ (กระพริบยิงนัยน์ตาใส่ หนุ่มใหญ่ภาววิทย์ทันทีทันใด ปิ๊งๆๆ!!)
ภาววิทย์: ยินดีครับ (แหม่...เฮียแก คาสโนว่าตัวพ่อจริงๆ Wizard Kid อย่างผมก็ได้แต่นั่งตาลอยดูเท่านั้นเอง เอิ๊กๆ) ตอนนี้ผมกำลังให้น้อง Wizard Kid อธิบายการเทรดในตลาดหลักทรัพย์โดยการใช้เครื่องมือเทรดที่เรียกว่า สามเหลี่ยมทองคำครับ ลองฟังดูน่ะครับ
หญิงสาว: แหม...ชื่อฟังดูทะลึ๊งทะลึ่งน่ะค่ะ...(สายตาหวานเยิ้มใส่ Wizard Kid ทันที เหมือนมีเลศนัย)
Wizard Kid: (อึ้งกับสายตาอันแสนหวานปนเลศนัย แต่ก็ทำตัวปกติ) งั้นมาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่าครับ คือเจ้า สามเหลี่ยมทองคำเนี่ยะ ผมเอามาจาก คำว่า “Triangle” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือเทรดสำหรับขาเล่นกราฟหุ้นทั้งหลายครับ
ภาววิทย์: พี่พอเข้าใจที่มาแระ...ว่าแต่เจ้า สามเหลี่ยมทองคำนี่มันเป็นยังไง รูปร่างหน้าตา? มีกี่ชนิดเหรอน้องชาย?
Wizard Kid: อืมม...งั้นเดี๋ยวผมโหลดกราฟจากมือถือแล้วอธิบายให้พี่ดูดีกว่าครับ ดูกราฟไป ฟังเพลงไป เคลิ้มๆดี อิอิ
หญิงสาว: นั่งข้างคุณแพทแล้ว หนูมองไม่เห็นกราฟอ่ะค่ะ งั้นขอนั่งข้างน้อง Wizard Kid ดีกว่าน่ะค่ะ
ภาววิทย์: เอ่อออออ...ได้ครับ (ฮุๆๆๆ เสร็จผมแล้วพี่แพทเอ๊ยยย หุหุ) T______T”
Wizard Kid: (บร๊ะแล้ว!! หญิงงามมานั่งข้าง หุหุ ไม่หล่อแต่เร้าใจเว้ยเฮ้ย! ฮ๋าๆๆ) คืออย่างนี้น่ะครับ ไอ้เจ้า สามเหลี่ยมทองคำเนี่ยะ ก็คือ 
การ ฟอร์มตัวหรือบีบตัวของราคาหุ้น โดยมีปริมาณของวอลุ่มซื้อขายค่อนข้างหนาแน่น เพื่อที่จะขึ้นหรือลงได้แรงๆ โดยการฟอร์มตัวจะคล้ายๆรูปสามเหลี่ยม

ภาววิทย์: อืม...น่าสนใจแฮะ..แล้วมันมีกี่ชนิดกันเหรอ เจ้า สามเหลี่ยมทองคำเนี่ยะ
Wizard Kid: ถ้าเอาแบบหยาบๆ ก็ 3 ชนิดครับพี่ เอาเป็นศัพท์ของผมแล้วกันน่ะครับคือ

1) 1. "เหลี่ยมขึ้น ทะลุองศาเดือดหรือ “The Ascending Triangle”


 
โดยลักษณะการฟอร์มตัวของสามเหลี่ยมแบบนี้จะเกิดขึ้นก็เมื่อราคาของหุ้นหรือ Commodities ตัวนั้น ทำ Higher Lows and the same level Highsหรือคือ

การ ที่ราคาของหุ้นไม่ได้ลงไปทำราคาต่ำกว่าจุดต่ำสุดของครั้งที่แล้ว และดีดกลับไปทดสอบราคาสูงสุดของครั้งที่แล้ว แต่ไม่สามารถผ่านได้ไปเรื่อยๆ
ซึ่งลักษณะกราฟเช่นนี้นั้น ไม่จำเป็นต้องดีดขึ้นเสมอไป มันสามารถจะหลุดแนวสามเหลี่ยมล่างและทะลุเป็นขาลงได้เช่นเดียวกัน 

ภาววิทย์ & หญิงสาว: สุโค่ยยย!! แล้วในทางจิตวิทยาเนี่ยะ เรามองว่ามันเป็นเพราะอะไรเหรอ ไหนๆ ลองอธิบายให้พี่กับน้องสาวคนสวยฟังหน่อย (แหน่ะ! มีหยอด มีหยอด ตลอด!!)
Wizard Kid: อืม..ในความคิดผมน่ะพี่ ผมมองว่า 

การที่ราคาของหุ้นหรือ Commodities ตัวนั้น ไม่ได้ลงมาทำ New Low หรือราคาต่ำสุดอันใหม่ เนี่ยะ มันแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าหุ้นตัวนี้ ยังมีลุ้นขึ้นต่อได้ แต่เมื่อมีการดีดขึ้นไปใหม่ และสามารถทดสอบราคา High เดิม ได้ แต่ไม่สามารถผ่านได้ ก็อาจจะเป็นเพราะ เจ้ามือยังไม่ให้ผ่านและจะเขย่าของด้วยการถล่มขาย กับ เกิดการเก็งกำไรทางจิตวิทยาที่มักจะขายหุ้นกันที่แนวต้านซึ่งก็คือ ราคา High อันเดิม...เมื่อทำไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนราคา Low และ High ใกล้เคียงกัน....มันก็จะเกิดการเลือกทางเหมือนหญิงสาวเลือกแฟน ประมาณนั้นเลยครับ

ภาววิทย์: ชัดเจน! ดีมากๆ ต่อๆ เหลืออีก 2 ประเภท อธิบายพี่เร็วๆ พี่ร้อนวิชา
Wizard Kid: ได้เลยคร้าบบบ จัดต่อเนื่อง 

1)   2) "เหลี่ยมหัก ชักตาตั้งหรือ “The Descending Triangle”

 สำหรับสามเหลี่ยมประเภทนี้ เรามักจะเจอกันในตลาดขาลงน่ะครับ คือการทำราคาจะเป็นในรูปแบบ Lower highs and the same level lows” หรือก็คือ

การ ที่ราคาของหุ้นไม่ได้ขึ้นไปทำราคาสูงกว่าหรือเทียบเท่าจุดสูงสุดของครั้งที่ แล้ว และร่วงลงกลับไปทดสอบราคาต่ำสุดของครั้งที่แล้ว แต่ไม่สามารถผ่านได้ไปเรื่อยๆ

ภาววิทย์: อืม...อันนี้ก็คือตรงกันข้ามกับเจ้า เหลี่ยมขึ้น ทะลุองศาเดือด นี่เอง
Wizard Kid: ถูกต้องน่ะคร้าบบ.. ลักษณะการดูนั้นแทบไม่ต่างครับ ทะลุสามเหลี่ยมไหน ก็ตามไปในทิศทางนั้นโลด
ภาววิทย์: พี่เข้าใจแระ...ว่าแต่ สามเหลี่ยมทองคำประเภทสุดท้ายนี่ คืออะไรเหรอ?
Wizard Kid: ได้ครับพี่...อันต่อไปนี่มักจะเกิดในตลาด sideways ครับ โดยเฉพาะตลาด TFEX ที่ผมเจอบ่อยมากๆ จนเป็นอันที่ผมได้ใช้บ่อยที่สุดอันนึงเลย เรียกว่า

1)   3) "เหลี่ยมเลือกทาง ดีดหรือดิ่งหรือ “The Symmetrical Triangle”

สามเหลี่ยมประเภทนี้ดูได้ง่ายๆ เลยครับว่า การทำราคานั้นจะเป็นในรูปแบบของ “Lower Highs and Higher Lows” หรือ

การที่ราคาของหุ้นไม่ได้ขึ้นไปทำราคาสูงกว่าจุดสูงสุดของครั้งที่แล้ว และไม่ได้ร่วงลงกลับไปทดสอบราคาต่ำสุดของครั้งที่แล้ว

เมื่อลองลากเส้นแล้ว ก็จะเป็นดั่งภาพครับ...เป็นสามเหลี่ยมออกแนวตั้งฉากแบบเอียงๆ 90 องศาโดยประมาณ...ถ้าทะลุสามเหลี่ยมบนได้ ก็ซื้อโลด...ถ้าหลุดก็ขายโลดเช่นกันครับ

ภาววิทย์: สุโค่ย!! เลยน้องพี่
Wizard Kid: สุโค่ยอยู่แล้วครับพี่...ของดีๆแบบนี้ ผมยินดีแบ่งปันแชร์กันครับ ว่าแต่พี่สังเกตุอะไรในกราฟทั้งสามกราฟที่ผมเอามาให้ดูมั๊ยครับ
ภาววิทย์ & หญิงสาว: ไม่น่ะ มีอะไรเหรอ

Wizard Kid: ก็ Gap Theory ไงครับพี่...เห็นมั๊ยครับ ที่ผมวงกลมไว้...เป็นช่องว่างอยู่ สุดท้ายแล้ว มันก็สามารถปิด Gap หรือ Close Gap ได้ในที่สุด ไม่เคยพลาดเลย
ภาววิทย์: โอ้ววว!! พูดไม่ออก นอกจาก สุโค่ยมั่ก!!
Wizard Kid: แหะแหะ..งั้นวันนี้พอแค่นี้น่ะครับพี่ ผมต้องรีบนอนแระ พรุ่งนี้ต้องเทรด ตะลุยตลาดอีก เอิ๊กๆ ฝากดูแลน้องสาวคนสวยด้วยน่ะครับพี่แพท
ภาววิทย์: ได๋เลยจ้า...เดี๋ยวพี่ดูแลเองน้องชาย เอิ๊กๆๆ (ลูบปากแผล่บๆ หวานคอแร๊งส์)

เช้าวันรุ่งขึ้น....เวลาสายๆ
 เสียงโทรศัพท์ดัง..

Wizard Kid: พี่แพท สวัสดีครับ เป็นไงพี่ แหล่มเลยมั๊ย
ภาววิทย์: ……….ฮึก ฮึก ฮึก......ฮือ ฮือ ฮือ....
Wizard Kid: พี่แพท! เป็นอะไรพี่ มีอะไรรึเปล่าครับ เกิดอะไรขึ้น...
ภาววิทย์: .....พี่.....พี่....พลาดว่ะ!!!....
Wizard Kid: พลาด! พลาดอะไรพี่...เร็วๆดิ รีบตอบผม
ภาววิทย์: ....พี่...พี่..เจอสามเหลี่ยมทองคำของน้องคนสวยเมื่อคืนแล้ว.....
Wizard Kid: ก็ดีแล้วนี่ครับพี่ ยินดีด้วย...^__^
ภาววิทย์: ดีกับผีอะไรเล่า....มันชื่อ สมชาย ตั้งแต่บนยันล่างเลย...อ๊ากกกกกกก

ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดดดด

ฮ๋าๆๆ ก่อนจบบทความวันนี้ (ยาวเป็นพิเศษ ทนอ่านหน่อยน่ะครับ) ผมได้ลองทำกราฟของหุ้นตัวนึงมาให้ดู โดยใช้ สามเหลี่ยมทองคำมาเป็นตัววิเคราะห์ครับ ลองดูน่ะครับ

^____^ ข้อแนะนำสำหรับการใช้ สามเหลี่ยมทองคำ
1)   เป็นการใช้เพื่อดูจังหวะการเข้า-ออก ไม่ใช่ดูราคาทำกำไร แต่เหมาะสำหรับคนที่ผิดทางแล้วต้องการหาจุดคัทลอส
2)   สามเหลี่ยมแทบไม่เคยหลอกใคร อยู่ที่ใจของท่านว่าจะหลอกตนเองรึมั๊ย
3)   ฝึกฝน การใช้อย่างสม่ำเสมอครับ ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย ต้องฝึกดูกราฟทั้งย้อนหลัง และระหว่างวันแล้วลองตีเส้นกราฟดู ผิดเป็นครูครับ ไม่ต้องกลัวที่จะลอง

มีสามเหลี่ยม..ทองคำแสน..ช่างดีนัก..
อุปสรรค..ถึงมากมาย..ก็มิถอย..
ตีกราฟเส้น..จนชำนาญ..เงินเข้าลอย..
สามเหลี่ยมน้อย..น่าค้นหา..โชคดีเอย..

Wizard Kid (aka.เทรดเดอร์เจ้ากวี)
15 September 2010
00:05
น.

Wednesday, September 8, 2010

One Night Stand Discussion #17 (เมื่อหนุ่มน้อย “Wizard Kid” อธิบายเรื่อง “Gap Theory” ให้หนุ่มใหญ่ “ภาววิทย์ แห่ง S2M” ฟัง...อะไรจะเกิดขึ้น)

แหล่งงานเขียน: http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=15440

วันนี้ได้รับการบอกแกมขอร้อง บวกบังคับจากพี่ภาววิทย์แห่ง S2M ให้เขียนเรื่องการเทรดโดยการใช้กราฟและจิตวิทยาการลงทุนที่ผมใช้เป็นเครื่องมือในการเทรด ก็เลยขอสนองคำสั่งครับกระผม เหอๆๆ แต่ผมขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบการสนทนาน่ะครับ แล้วก็จะใช้คำอธิบายที่ง่ายที่สุด ไม่ใช้ศัพท์หรู เน้นวัยรุ่นๆกันไปเลย เข้าใจง่ายดี...
 มาดูกันว่าเจ้าหนุ่มน้อยสาย Technical เพียวๆ อย่างเจ้า Wizard Kid จะชักจูงให้หนุ่มใหญ่สาย Fundamental เพียวๆ อย่าง พี่ภาววิทย์ หรือพี่แพท แห่ง S2M ให้มาเชื่อมั่นใน Technical Analysis ได้มากแค่ไหนกัน คำตอบมีอยู่แล้วครับ...ก็ในบทความของพี่เค้านั่นเอง ฮ๋าๆๆ

โดยบทสนทนานี้ จะเริ่มเกี่ยวกับทฤษฏี Gap หรือ Gap Theory ที่นักลงทุนบางท่านคงเคยได้ยินและได้ศึกษามาบ้างครับ...โดยขอเกริ่นก่อนว่า เจ้า Gap Theory เนี่ยะเป็นทฤษฎีที่อธิบายเกี่ยวกับช่วงราคาที่ไม่ต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นจะกระโดดขึ้นหรือลงทำให้เกิดช่องว่างขึ้น ดั่งเช่นในภาพข้างล่างครับ (ลูกศรสีเหลืองจะแสดงให้เห็นช่วงราคาที่กระโดด)
ภาววิทย์: เฮ้ยน้อง! พี่ลองอ่านหนังสือเกี่ยวกับกราฟเทคนิคแล้ว พี่สงสัยเรื่อง Gap Theory มากๆ มันเขียนแล้วพี่งงๆ ไหนเราช่วยอธิบายให้พี่เข้าใจง่ายๆหน่อยดิ๊
Wizard Kid: โห เอากันงี้เลยเหรอพี่...ได้ครับ ง่ายๆเลยน่ะ ไอ้เจ้า Gap Theory เนี่ยะ
ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ตลาดค่าเงินหรือตลาดใดๆ เมื่อมีการกระโดดขึ้นหรือลงของราคา สุดท้ายแล้วช่องว่างหรือ ‘Gap’ ของราคาตรงนั้น จะต้องกลับมาปิด (Close Gap) ณ เวลาใด เวลาหนึ่งในอนาคตอย่างแน่นอน
ก็เท่านั้นเองแหล่ะครับ...ฟังดูเหมือนง่ายมั๊ยครับ บางคนไม่เชื่อ ผมว่าพี่ก็ไม่เชื่อ แต่ผมเชื่อ!!
ภาววิทย์: โอ้ว จอร์จ!! มันจะเล่นกันง่ายๆขนาดนั้นเชียวหรือเนี่ยะ แต่พี่ยังไม่ค่อยเห็นภาพว่ะ ไหนเรามีตัวอย่าง เอาหุ้นจริงๆ แล้วอธิบายให้พี่ดูหน่อยซิ
Wizard Kid: ได๋คับพี่ เอิ๊กๆๆ พร้อมน่ะครับ สูดลมหายใจลึกๆ ฮึบๆๆ ลุย!!
Wizard Kid: เอาแบบเห็นภาพชัดเจนกันไปเลย ก็ตัวอย่างเช่นหุ้นสุโค่ยประจำเดือนอย่าง PTT ครับ กราฟที่ผมจะอธิบายให้ฟังเนี่ยะ เป็นแบบรายวันน่ะครับ จะเห็นสังเกตุได้ว่า ทุกครั้งที่มีการกระโดดขึ้นหรือลงของราคาหุ้น...ในอนาคตไม่ว่าจะใกล้หรือใกล้ก็จะมีการปิด Gap ครับ
ภาววิทย์: บร่ะ บร่ะ โอ้ บ่ะ!! บร๊ะเจ้า!!! (สำลักคาปูชิโน่ไปแล้วเต็มๆ) เอากันง่ายๆอย่างนี้เลยรึ
Wizard Kid: เอากันไม่ง่ายหรอกครับ ต้องใช้ความพยายาม....ในการสังเกตุ ฮ่าๆๆ (อย่าคิดลึกน่ะครับ) ถ้าที่ปิด Gap กันง่ายหน่อยเนี่ยะ ก็จะเป็นวงกลมหมายเลข 1, 3, 5 และที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนก็คือหมายเลข 6 ครับ จะเห็นได้ว่าลงมาปิด Gap ช่องว่างของราคาพอดีเด๊ะ เหมือนกับจับวาง เท่ห์ได้อีกครับพี่
ภาววิทย์: โอ้ว! พี่พอเห็นภาพแระ
Wizard Kid: ไม่เห็นก็ตาบอดซิครับ ฮ่าๆๆๆ
ภาววิทย์: เอ๊ะ! ไอ้เด็กแสบนี่...ต่อๆๆ พี่สงสัยว่าแล้วหมายเลข 2 กับ 4 หล่ะ พี่ยังไม่เห็นว่าจะปิด Gap ตรงไหนเลย
Wizard Kid: ดูให้ดีๆครับพี่ หมายเลข 2 นี่ ปิด Gap เห็นๆ
ภาววิทย์: ปิดตรงไหน ปิดบ้านเอ็งจิ อย่ามาโมเม พี่ไม่เชื่อ Gap Theory แระ ไม่เห็นจะปิดเลย
Wizard Kid: แง่ววว...งั้นพี่แพทดูตรงนี้น่ะ (ลากลูกศรสีส้มชี้ไปทางขวาให้ดู)
                     ….เป็นไงพี่...ปิด Gap รึยัง?
ภาววิทย์: เออว่ะ...ปิด Gap จริงๆด้วย...เท่ห์จริงๆ
ภาววิทย์: อ้าวแล้ววงกลมหมายเลข 4 หล่ะ ยังไม่เห็นปิด Gap เลย
Wizard Kid: อย่างที่บอกครับว่า ยังไงในอนาคตข้างหน้า ราคาตรงนี้ก็ต้องลงกลับมาปิด Gap ได้อีก...นั่นหมายความว่า ตลาดขาลงครั้งต่อไป...เมื่อ PTT หลุด 250 บาท พี่ไม่จำเป็นต้องรีบไปรับซื้อแถว 248-249 บาทหรอกพี่....มารับตรง 245-246 บาท จะดีกว่า เพราะยังไงมันก็ต้องปิด Gap ตรงราคาช่วงนั้นอยู่แล้ว
ภาววิทย์: ซูโก๊ยยยย!!!
ภาววิทย์: พี่พอเข้าใจแระ...งั้นพี่ถามคำถามสุดท้ายน่ะ
Wizard Kid: ขอ 500 บาทค่าตอบ ^__^
ภาววิทย์: ##$%#$#$.....เดี๋ยวเลี้ยงข้าวมันไก่ ได้ป่ะ
Wizard Kid: โอเคครับ ถามโลด
ภาววิทย์: ทำไมมันถึงต้องปิด Gap หล่ะ? พี่อยากรู้จริงๆ...คือถ้าดูกราฟแล้ว มันเข้าใจน่ะ แต่พี่อยากรู้รายละเอียดว่า ทำไมถึงเกิดการปิด Gap?”
Wizard Kid: อืม...อันนี้ผมตอบในความคิดผมน่ะครับ...เป็นเพราะจิตวิทยาการลงทุนของนักลงทุนมากกว่า รวมไปถึงต้นทุนราคาของหุ้นที่มี ย่อมมีส่วนครับ ยกตัวอย่างน่ะครับ สดๆร้อนๆเลย จากวงกลมหมายเลข 5 จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านั้น มีวอลุ่มซื้อขายตรงราคา 256 – 265 เยอะพอสมควร แสดงว่านักลงทุนมองว่าราคา ณ จุดนี้เป็นราคาที่เหมาะสมทีจะเข้าซื้อ และโอกาสลงทะลุ 250 คงเป็นไปได้ยาก...ปรากฎว่าเมื่อเปิดตลาดเช้าวันใหม่ราคาเปิดแถวๆ 268-270 บาท...แล้วขึ้นไปสูงสุดที่ 275 บาท...ซึ่งถ้าขึ้นต่อไป ก็คงไม่เป็นอะไร
ภาววิทย์: แต่....ถ้ามันลงหล่ะ? มันจะลงไปได้แค่ไหน...อันนี้ Gap Theory ช่วยพี่ได้มั๊ย
Wizard Kid: ได้แน่นอนครับ
Wizard Kid: ถ้าเป็นผม ผมจะมองว่า ราคาที่เป็นจุดที่ควรจะเป็นจุดคัทลอส หรือทำกำไรแบบท้ายสุดเนี่ยะ ควรจะเป็นแถวๆ ราคาที่เปิดกระโดด ซึ่งก็คงเป็นแถวๆ 268-270 บาท...ซึ่งถ้าเกิดการหลุดทะลุปล้องผ่าน 268 ลงไปแล้วเนี่ยะ....ผมกล้าฟันธงได้เลยว่า PTT จะลงไป Close Gap หรือ ปิด Gap ที่ 265 บาท อย่างแน่นอน...
ภาววิทย์: เหตุผลหล่ะ?
Wizard Kid: ไม่ยากครับ...เพราะตรงราคา 268-270 เนี่ยะ คนจะมีหุ้นหรือมีของในมือไม่มาก อีกทั้งตรงราคา 265-268 บาท ที่เป็น Gap ว่างนั้น คนไม่มีของครับ!! ดังนั้นจึงสรุปสั้นๆได้ว่า
ณ ราคาจุดใดที่มีวอลุ่มซื้อขายกันน้อย ราคาย่อมขึ้นลงได้เร็ว โอกาสจะดีดหรือดิ่งไปหาจุดที่มีวอลุ่มหนาแน่น ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
Wizard Kid: เข้าใจบ่ครับ?
ภาววิทย์: ซูโก๊ยยยยย!!
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่า Gap Theory ที่ผมนำเสนอวันนี้ อาจจะทำให้มิตรสหายทุกท่าน ได้เห็นหลักการเล่นง่ายๆ แต่บางท่านอาจจะไม่เคยเห็นครับ...ลองเอาไปใช้ดูครับ ถ้ากำไรก็แบ่งไปทำบุญ ถ้าขาดทุนก็อย่าทำโทษผมน่ะครับ เอิ๊กๆๆ เพราะทุกอย่างเป็นหลักการเทรดของผมเท่านั้นครับ ^_____^
อ้อ! ขอปิดท้ายด้วยกราฟที่แสดงการปิด Gap ที่ชัดเจนที่สุด สดๆร้อนๆ ของวันนี้เลยครับ ลองดูครับ หุ้นอะไรน้า...ลองทายกันดูครับ แค่รู้ Gap Theory คุณก็ได้กำไร อย่างน้อยก็ 0.50 บาท จากหุ้นตัวนี้แล้วครับ เอิ๊กๆ 



เป็นอย่างไรบ้างครับ ซูโก๊ยยย!! 
รู้เทคนิค..รู้เล่น Gap..นั้นดีหลาย..
รู้การเข้า..ฉลาดออก..ชีพบ่วาย..
หากแต่ก่อน..นั้นไม่รู้..ไม่เสียหาย..
หากรู้แล้ว..ก็นำใช้..รวยรวยเอย..
Wizard Kid (aka.เทรดเดอร์เจ้ากวี)
7 September 2010
23:05
น.

Monday, September 6, 2010

One Night Stand Discussion #16 (RED ALERT!! เมื่อตลาดหุ้นพุ่งสุดขีดและค่าเงินแข็งขีดสุด สัญญาณอันตรายก็เกิด!!)


ที่มา: http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=15411
 
เป็นจะได๋ครับวันนี้ ร่ำรวยกันแบบล่ำซ่ำกันแน่ๆเลยสำหรับขาหุ้น Blue Chip ทุกท่าน ก็เล่นขึ้นเอาๆ วันละ 4-10% กันแทบทุกตัวมาแบบนี้ 3-4 วันแล้ว... $ $ $ กันเห็นๆ เอิ๊กๆๆ
ไหนๆตลาดหุ้นก็ขึ้นกันทำ New High ทุกวันแบบนี้ วันนี้ขอเอาคอขึ้นเขียงให้เชือด ด้วยการมองแบบ ชาวสวนบ้างน่ะครับ จะเป็นมุมมองของผมเพียวๆ ไม่มีวงใน ไม่มีผลประโยชน์ซับซ้อนใดๆ เนื่องจากผมเป็น prop trade สไตล์ Day Trading ด้วย ดังนั้นเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ จะเกิดจากการมองโลกแบบ ชาวสวนของผมครับ เนื่องจากผมเชื่อว่า
เมื่อตลาดหุ้นเข้ามาสู่จุดที่หาข่าวร้ายไม่เจอ...นั่นแหล่ะคือ จุดที่อันตรายที่สุด!!”
ค่าเงินบาทนี่มัน แข็งจังฮู้!” ตลาดหุ้นเลยแข็งโป้กตาม
แล้ว...ถ้ามัน อ่อนปวกเปียกหล่ะ?”….เฉลยอยู่ข้างล่างครับ
จากที่ผมได้เช็คข่าวมา ปรากฏว่าค่าเงินบาทได้ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 29 เดือนที่ระดับ 31.10-31.15 บาทต่อดอลลาห์สหรัฐ ปัจจัยหลักๆที่ทำให้ค่าเงินบ้านเราแข็งได้แกร่งขนาดนี้ มีไม่กี่ปัจจัยในความคิดของผมหลักๆ คิดแบบเด็ก คิดแบบง่ายๆก็มี
-      การอ่อนหยวบ ปวกเปียกของดอลล่าห์สหรัฐ
-      และกระแสเงินไหลเข้า หรือ Fund Flows ชุดใหญ่เข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในแถบอาเซียน ได้แก่ สิงค์โปร์ อินโดนีเซีย ฟิลลิปปินส์ และ ประเทศไทย!!
สำหรับผมแล้ว สาเหตุที่ตลาดหุ้นบ้านเรามันดีดกระจายไร้แรงดึงดูดให้ดัชนีลงต่ำๆนั้น ก็คงเป็นเพราะ ค่าเงินบาทแข็ง นี่แหล่ะครับ
แล้วทำไม ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่เข้ามาช่วยเหลือหรือมีมาตรการใดๆ ที่จะพยุงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าไปกว่านี้ เพราะว่ายิ่งค่าเงินบาทแข็ง ตลาดหุ้นอาจจะยิ่งขึ้นก็จริง แต่กลุ่ม ผู้ส่งออกนี่แหล่ะครับ จะเป็นกลุ่มแรกที่เละตุ้มเป๊ะ การส่งออกมีปัญหาแน่นอน แล้วผลกระทบนั้นก็จะกระทบไปเป็นคลื่นๆ เลยครับ ไม่ว่าจะการผลิตภายในประเทศ แรงงาน แล้วสุดท้าย GDP ของประเทศก็จะมีปัญหา....สุดท้ายเมื่อ GDP เละ! คุณคิดว่าตลาดหุ้นจะไปต่อได้อย่างไร?
เมื่อมาลองมองตรงจุดนี้แล้ว ยังไงเสีย ธนาคารแห่งประเทศไทย ย่อมต้องทำอะไรสักอย่างในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน.....ซึ่งวิธีการควบคุมค่าเงินบาท จากความรู้อันน้อยนิดของเด็กหนุ่มอย่างผม ก็คงประมาณว่า
-      ประกาศขึ้นดอกเบี้ย เพื่อชะละการขยายตัวทางเศรษฐกิจและค่าเงินเฟ้อ โดยแทบจะทุกครั้งที่มีการประกาศปรับดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น ดัชนีตลาดหลักทรัพย์บ้านเราก็เริ่มจะไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นักครับ
-      การแทรกแซงค่าเงิน อัดฉีดเงินเข้าไปๆๆ ง่ายๆเลยครับ แต่ปัญหาคือว่า ถ้าเกิดพยุงไม่ไหวขึ้นมา แล้วค่าเงินเราโดนถล่มจากรอบด้าน เราก็เปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์
แต่ที่เด็ดยิ่งกว่า และจะเป็นมาตรการที่นักลงทุนอย่างเราๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกแล้ว (แต่ prop trade กับชาว day trade รวมไปถึงชาวสวนรอคอย) ก็คือ การมีมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า ครับ...ความจริงทาง ธปท. จะทำแบบเรื่อยๆ ไม่โผงผางก็ได้ครับ เพื่อความสบายใจกับทุกฝ่าย....
แต่....!! มิตรสหายทุกท่านจำวันวิปโยควันหนึ่งของตลาดหุ้นไทยได้ใช่มั๊ยครับ ได้ชิมิครับ ชิมิ ชิมิ ^___^
.....แม่นแล้วครับ!....วันที่เรียกว่า เทพอุ๋ย 30%”
เป็นวันที่ SET ร่วงกราวรูดวันเดียว 108 จุด ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด Super Panic Sell กันไปเป็นแทบๆ มูลค่าความเสียหายราวๆ 8.1 แสนล้านบาทเลยน่ะครับ เท่าที่ทราบมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 (เอ๊ะ! นี่เราก็อยู่ใกล้ๆ สิ้นปีแล้วนี่หนา...ระวังจะสิ้นใจรอนๆ น่ะครับ เอิ๊กๆๆ) ผมไม่รู้เหตุผลกลใดน่ะครับ ที่อยู่ๆ ก็มีการประกาศมาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้า 30 เปอร์เซนต์ กันโต้งๆแบบนั้น...เสียหานหลายแสนจริงๆ (ตอนนั้นเผอิญ ไปออกค่ายอาสา ก็เลย ไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลยว่า มีการเข้าค่าย สาหัสสากรรจ์ ในตลาดหุ้น เอิ๊กๆ)
โอกาสที่จะเกิดย่อมมีอีกครั้ง ผมมาลองคิดๆดูแล้ว ก็ได้ข้อสรุปคร่าวๆว่า
-      ธปท. จะโดนกดดันจากทุกภาคฝ่าย ให้เข้ามากระตุ้นและพยุงค่าเงินบาทแน่นอน ไม่ว่าจะทางตรงจากภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ส่งออก กลุ่มอุตสาหกรรม หรือทางอ้อมจากภาครัฐบาล (อันนี้ไม่ขอออกความเห็นครับ เดี๋ยวจะโดนหิ้วปีก เหอๆๆ)
-      เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว..มันก็คล้ายๆกับคนที่ถูกกดดันมากๆ แล้วถ้าคุมสติไม่อยู่ โอกาสที่จะระเบิดออกมาก็มีสูงครับ ไม่แน่อยู่ๆ เราอาจจะเจอการประกาศมาตรการอะไรแรงๆ ที่สามารถกระตุกตลาดหุ้น ตลาดทุนบ้านเราได้แบบ ช็อคประเทศ! กันไปเลยก็เป็นไปได้
...ผมไม่อยากให้วันเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้วกับตลาดหุ้นไทยครับ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ขนาดวันตัดสินมาบตาพุด ยังมีคนตีความผิด มองโลกแง่ร้ายสุดโต่ง ขายกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์กันโต้งๆ สุดท้ายก็ดีดกลับมาที่เดิม และแรงกว่าเดิม...
...แต่...สำหรับผม ความคิดผมล้วนๆน่ะครับ ผิดพลาดกันได้...ตลาดหุ้นตอนนี้ ถ้าคุณไม่ได้หุ้นต้นทุนต่ำๆ แล้วเพิ่งมาเข้าซื้อเมื่ออาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ยะ...ต้องระวังแบบสุดๆ หมูฉึก ฉึก เลยครับ...เพราะยามทะเลสงบ คลื่นลมเงียบสงัดไร้วี่แววของสัญญาณอันตรายใดๆ...เวลานั้นแหล่ะครับ พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว เพียงแต่รอวันที่จะซัดกระหน่ำ...ก็เท่านั้นเอง...
..ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดั่งเช่นปี 2540 ที่มีการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทแบบเฉียบพลัน ไม่อยากเห็นดอกเบี้ยนโยบายพุ่ง 24% ไม่อยากเห็นห้องค้าหุ้นต้องโดนโละ 72 แห่ง เหมือนที่เกิดขึ้นในปีนั้นครับ ถึงแม้สถานการณ์จะไม่เหมือนกันมากนัก แต่..ยิ่งฟองสบู่ใกล้แตกเท่าไหร่..อาการล้มทั้งยืนย่อมเกิดขึ้นได้สูงเช่นกันครับ...สาธุๆๆๆ อย่าให้เกิดขึ้นอีกเล้ยยยยย (คงไม่เกิดหรอกครับ เพราะว่าคนเราย่อมเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตมาแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกครั้งในวันข้างหน้า)
..บทความนี้ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวโทษ หรือฟันธงอะไรในตลาดหุ้นน่ะครับ แค่อยากจะฝากแง่คิดให้มิตรสหายทุกๆท่านว่า
ไม่ว่าจะลงทุนหรือทำอะไร จงอย่าลืมคำว่า มีสติ และ ไม่ประมาท
..ไม่มีอะไรสวยหรูและงดงามตลอดกาลหรอกครับ ทุกอย่างย่อมมีขึ้นและลงเป็นวัฐจักรของมัน..ขอแค่ให้เราเตรียมพร้อม มีแบบแผนที่แน่นอน สุดท้ายแล้วคุณก็คือ ผู้ชนะ ตัวจริงครับ
เมื่อหุ้นสูง..ก็ย่อมหนาว..มีสิทธิ์ดิ่ง..
หากไม่เมา..เราไม่เจ๊ง..กำไรหนา..
หากประมาท..คิดสบาย..โอ้กานดา..
เจ๊งแน่หนา..พ่อมดน้อย..ขอเตือนเอย

 Wizard Kid (aka.เทรดเดอร์เจ้ากวี)
6 September 2010
22:12 น.

Wednesday, September 1, 2010

One Night Stand Discussion #15 (Believe it or not!! สไตล์เทรดเดอร์ดูได้จากการจีบสาวในที่เที่ยว)


“มันส์ทะลุปล้อง แรงทะลุใจ” คำๆนี้ ใช้ได้กับตลาดไทยจริงๆครับ THAILAND ONLY!!! วันนี้ตลาดดีดทำ New High ครับ สุโค่ย!! เวรี่ กู๊ด ตู๊ด อะเมซิ่ง จริง!! ไม่มีอะไรมากมายครับกับตลาดไทย บระ บระ โอ้ว บระ! จริงๆครับ!!

วันนี้ขอเขียนออกทะเลนิดนึงครับ อยากให้คลายเครียดกันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่า ไอ้เจ้าหนู Wizard Kid นี่มันเขียนเป็นแต่เรื่องเครียดๆ ซีเรียสๆหรืออย่างไร

เนื่องจากมีช่วงนึงของวัยรุ่นที่ชอบเที่ยวตามแหล่งเที่ยวของวัยรุ่นทั่วไป ไม่ว่าจะเอกมัย ทองหล่อ RCA ยกเว้น รัชดาซอย 4 น่ะครับ ฮ่าๆๆ (ตอนนี้ก็วัยรุ่นอยู่ 24 เอง แหะแหะ) ก็เลยไอเดียบรรเจิด กะเอาฮาๆ ว่าจะขอเขียนลักษณะของหนุ่มๆ สาวๆ ที่ปิ๊งกันในที่เที่ยว แล้วดูว่าวิธีการจีบนั้น มันบ่งบอกได้ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นเทรดเดอร์สไตล์ไหน...ลองดูน่ะครับ ว่าจริงหรือไม่...คุณเท่านั้นที่บอกได้!!! ฮ๋าๆๆ

อันนี้ให้สมมติสถานการณ์ว่าทุกคน “โสด” และ “หน้าตาดี” น่ะครับ จะได้รู้ว่าเมื่อหนุ่มโสดเจอสาวโสด...ความโฉดก็เกิดขึ้น!!! หรือไม่? ฮ่าๆๆๆ

1.ได้สบตา ไม่กล้าทัก กลับบ้านเปลี่ยว แหงนมองดาว ถ้าคุณเป็นหนุ่มๆสาวๆที่เป็นแบบนี้เวลาแอบปิ๊งใครในสถานที่เที่ยว คุณก็น่าจะเป็นคนที่มีลักษณะ ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าที่จะแสดงความรู้สึกภายในออกมา ถึงแม้จะมีโอกาสจีบคนที่คุณชอบติดก็ตาม...แถมโลกนี้ช่างโหดร้ายนักที่ลืมให้ “ความมั่นใจ” ติดตัวมากับตัวคุณ ทำให้คุณ “ไม่กล้า” ที่จะตัดสินใจทำอะไรเลย แน่นอนได้เช่นกันว่า คุณอาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน “คานทองนิเวศน์” แน่นอนครับ T_____T”
สไตล์เทรด--> เสียใจด้วยครับ คุณคือ “เทรดเดอร์ที่ไม่ควรเทรด” ครับ!! เหตุผลง่ายๆคือ คุณมีโอกาส เจ๊งหมดตูด!! หรือไม่ก็ไม่กล้าที่จะตัดสินใจเทรดเลยแม้แต่น้อย เพราะคุณมีปัญหาเรื่อง “ความมั่นใจ” และ “การตัดสินใจ” ครับ...สั้นๆได้ใจความ

2.เก๊กก่อนทัก มาดเยอะก่อนคุย ฉลุยก่อนแห้ว เพราะทะลึ่งไม่เข้าท่า คุณเป็นคนที่มีฟอร์ม มั่นใจในตัวเองพอสมควร และกล้าที่จะเข้าไปคุยกับหนุ่มหรือสาวที่คุณแอบหมายปอง ตอนแรกคุณจะวางมาดนิ่ง แต่แอบมองเป็นระยะๆ เพื่อเช็คเรตติ้งตัวเอง แต่ปัญหาของคุณคือ มาดที่คุณวางไว้แสนดีนั้น กลับหมดท่า เพราะคุณด่วนมือไว ใจเร็ว รีบตัดสินใจไม่ขอเค้าเป็นแฟนหรือไม่ก็จะลากเค้ากลับบ้านให้ได้ ก็เลยโดนตบหน้าคว่ำ! หรือไม่คนที่คุณปลื้มก็โดนเพื่อนๆเค้าลากกลับบ้าน จบข่าวเลย!! ฮ่าๆ
สไตล์เทรด--> คุณคือ “แมงเม่า” ครับ ฮ่าๆๆ...เหตุผลง่ายๆ คุณรู้ว่าหุ้นตัวที่คุณเล็งไว้ จะทำกำไรได้เยอะแน่นอนในอนาคต...แต่ปัญหาคือ เมื่อคุณมีโอกาสได้ถือหุ้นตัวนั้น คุณกลับทำอะไรไม่เข้าท่า ด้วยการ “ขายหมู” ตั้งแต่หุ้นเพิ่งดีดใหม่ๆ สุดท้ายเมื่อคุณขายมันไป คุณก็ได้แต่บ่นว่าตัวเองว่า “ไม่น่าทะลึ่งขายมันเล้ยยย” กร๊ากกกกก

3.ศึกษาใจ ไม่รีบร้อน เรารอได้ เชื่อใจเธอ ถ้าคุณคือนักเที่ยวประเภทนี้ คุณคือคนที่ใจเย็น มีความอดทนสูง ชอบศึกษานิสัยใจคอของผู้อื่นอย่างลึกซึ้งและยาวนาน จึงทำให้คุณที่สนิทกับผู้อื่นไม่เร็วนัก ยามเที่ยวคุณก็เปรียบได้กับ “งูเหลือมยักษ” ที่ค่อยๆบีบ ค่อยๆรัด ค่อยๆบดกระดูกของเหยื่ออย่างช้าๆ และใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเผด็จศึกเหยื่อได้....ฉันใดก็ฉันนั้น มันก็เหมือนกับการที่คุณค่อยๆศึกษาดูใจคนที่คุณหมายปอง อาจจะขอบีบีหรือเบอร์โทร แล้วก็คุยศึกษาดูใจไปเรื่อยๆ ถ้าระยะยาวออกมาดี คุณก็โชคดีได้พ่อหรือแม่ของลูกในอนาคตมาไว้ในครอบครอง ฮ่าๆๆๆ
สไตล์เทรด--> เดาไม่ยากใช่มั๊ยครับ...ถูกต้องน่ะคร้าบบบ คุณคือ “Value Investor” แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ เหอๆๆ เหตุผลง่ายๆ เพราะด้วยนิสัยที่ชอบศึกษา บวกกับความใจเย็นและความอดทนที่คุณมี ถ้าคุณเจอหุ้นที่ใช่ คุณก็จะถือมันไว้ แล้วคุณก็จะรวยยยยย ฮ่าๆๆ แต่ก็มี VI บางกลุ่มที่เจ๊งน่ะครับ เพราะการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยง ถ้าไม่เสี่ยงป่านนี้ก็รวยกันถ้วนหน้าแล้วครับ

4.กระพริบตา ไฟลุกโชน โจ๊ะพรึมๆ จบแยกทาง หาใหม่ต่อ อาจจะติดเรทน่ะครับ แต่ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ คุณคือผู้รักความเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย อารมณ์ศิลปิน หรืออาจจะรักการพนันแนวไพ่โป๊กเกอร์ อย่างสุดขั้ว เพราะคุณเป็นคนไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ เมื่อคุณได้สิ่งที่ต้องการแล้ว คุณก็อาจจะตัดทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย แล้วไปหาความท้าทายใหม่ๆ (อยากจะเขียนให้ติดเรทกว่านี้ แต่กลัว กบว. เซ็นเซอร์ครับ เลยใช้คำอ้อมๆเอา ฮ๋าๆๆ )
สไตล์เทรด--> คุณคือ “Speculator” หรือ “นักเก็งกำไร” ตัวยงเลยครับ คุณเป็นพวกกล้าได้กล้าเสีย (เสียเยอะรึเปล่าไม่รู้ ขอเอามันส์ไว้ก่อน ฮ๋าๆ) ไม่มีคำอธิบายใดๆมากมายครับกับสไตล์เทรดประเภทนี้ แหะแหะ เดี๋ยวจะเข้าตัญว หุหุ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับคุณ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ครับ ที่สำคัญคือขอให้เวลาเที่ยว คุณทำตัวดีก็พอ เช่นเดียวกันขอให้เวลาเทรด คุณกำไรก็พอ ฮ่าๆๆๆๆ หรือไม่จริงครับ?

ว่าแต่....คุณหล่ะ เป็นนักเที่ยวและมีสไตล์เทรดแบบไหนครับ? หุหุ

ใครจะเชื่อ..เที่ยวกับเทรด..บอกตัวตน..
ใจไม่กล้า..กล้าเมื่อสาย..คือแมงเม่า..
ใจนิ่งนิ่ง..ศึกษาก่อน..วีไอจ๋า..
ใจนักเลง..ชอบได้เสีย..สเป็คเลย!!..

Wizard Kid (aka.เทรดเดอร์เจ้ากวี)
1 September 2010
22:40 น.